เอกชน มอง ! “เศรษฐกิจไทย” โอกาสและความท้าทายในปี 68
เอกชน มอง ! “เศรษฐกิจไทย” โอกาสและความท้าทายในปี 68 ชี้ ! รัฐบาล ควรเร่งแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน หวังเพิ่มกำลังซื้อในประเทศ เพื่อกระตุ้น GDP ไทยโตเพิ่ม 3.5-4%
ภายในงาน มีการสัมมนา "เศรษฐกิจไทย โอกาส และความท้าทายในปี 2568" ของสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ โดยนายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการร่วม ภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) กล่าวว่า ในปี 67 จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ มาตรการแจกเงิน 10,000 บาทให้กับกลุ่มเปราะบาง
มาตรการ Easy E-Receipt หน่วยงานภาครัฐอย่างกระทรวงพาณิชย์จัดมาตรการลดราคาสินค้า เพื่อช่วยเหลือประชาชนและจากสถานการณ์อุทกภัยน้ำท่วม คาดว่าปีนี้ GDP น่าจะโตได้ที่ 2.6 -2.8%
ส่วนการเลือกตั้งสหรัฐฯ ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร นโยบายต่อต้านจีนจะเกิดขึ้นแน่นอน ดังนั้น โดยไทยควรมองหาโอกาสและควรวางตัวเป็นกลาง สำหรับปี 68 มองว่า สำคัญที่สุดคือรัฐบาลควรเดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในประเทศรวมถึงต่างประเทศ เพราะเชื่อว่า จะทำให้ภาคธุรกิจเชื่อมั่นในรัฐบาลและมาลงทุนในประเทศเพิ่มขึ้น จึงคาดว่า GDP ไทยน่าจะไม่ต่ำกว่า 3.5-4%
“วันฮาโลวีน” เปิดประวัติทำไมถึงตรงกับวันที่ 31 ตุลาคมของทุกปี
ด้านนายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย คาดการณ์ว่า GDP ไทยปี 67 น่าจะโตที่ 2.7-2.8 โดยปีนี้ ไทยยังประสบปัญหาหนี้ครัวเรือน ซึ่งเป็นปัญหาที่เชื่อว่ารัฐบาล และกระทรวงการคลัง จะเร่งผลักดันออกมาตรการแก้ไขปัญหานี้ และอยากให้ออกมาตรการมาก่อนช่วงสิ้นปี เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจไทยให้เดินหน้าต่อไปได้ รวมถึงอยากให้ออกมาตรการระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวในเรื่องแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนด้วย ซึ่งในเบื้องต้นมาตรการแก้ไขหนี้ครัวเรือนจะแตกต่างจากเดิม จะไม่ช่วยเหลือเป็นเทศกาลแล้ว ส่วนปี 68 มองว่า สิ่งที่เป็นห่วงมากที่สุด ขณะนี้ คือ หนี้ครัวเรือนไทยเช่นกัน ที่จะเป็นตัวฉุดรั้งเศรษฐกิจไทย รวมถึงยังมีปัญหาเชิงโครงสร้าง และเศรษฐกิจนอกระบบขนาดใหญ่ ที่เป็นปัญหาใหญ่ของเศรษฐกิจไทยที่ต้องเร่งแก้ไข
ขณะที่ นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปี 66 ตัวเลขส่งออกอยู่ที่ 244,000 กว่าล้านบาท ถือว่าอยู่ในระดับที่ดี ขณะที่ ปี 67 ภาคส่งออก ก็ดีเกินคาด ช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา ยอดการส่งออกโตขึ้น 3.9% ซึ่งต้องรอลุ้นไตรมาสสุดท้าย และคาดว่า GDP จะโตได้ที่ 2.6- 2.8% เช่นกัน
แต่ต้องยอมรับว่า สิ่งที่กังวล คือ ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูงแต่ลดลงมาแล้วอยู่ที่ 89% อีกทั้ง ภาคอุตสาหกรรม ยังมีความกังวล เนื่องจากดัชนีภาคการผลิตลดลง 6 ไตรมาส ตั้งแต่ไตรมาสที่ 4 ของปี 65 มองว่า มาจากปัญหาการลักลอบนำเข้าสินค้าราคาถูกจากจีน รวมถึงต้นทุนราคาสินค้าปรับสูงขึ้น 10-20% ดังนั้น จึงอยากให้ภาครัฐหามาตรการจัดการแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจังเพื่อช่วยเหลือภาคอุตสาหกรรม
อีกทั้ง ยังต้องจับตาการเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐฯ ในวันที่ 5 พ.ย.นี้ ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร เพราะจะส่งผลต่อทิศทางการส่งออกของไทยในอนาคต
สำหรับปี 68 มองว่า หลายอุตสาหกรรมต้องเร่งปรับตัว และมีคู่แข่งจากประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนปัญหาไทยติดกับดักรายได้ปานกลาง สะท้อนความสามารถในการแข่งขันลดลง และ GDP ลดต่ำลงต่อเนื่อง
ดังนั้น ไทย ควรเร่งปรับโครงสร้างการผลิตและอุตสาหกรรมทั้งระบบ โดยนำนวัตกรรมใหม่ๆเข้ามาใช้ เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และสินค้า รวมถึงการดำเนินธุรกิจรูปแบบอุตสาหกรรมสีเขียว Green Industy ที่เน้นทำธุรกิจเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้ง รัฐบาลควรเร่งแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน แก้กฎหมายและกฎระเบียบเกี่ยวกับการลงทุนที่ซับซ้อน หากแก้ได้จะทำให้กำลังซื้อของประชาชนกลับมา และเชื่อว่า จะทำให้ GDP ไทยโตขึ้นได้
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB